ค้นพบบทความกีฬาล่าสุดในกีฬาออนไลน์ าของเรา!
กีฬาฟุตซอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ แม้ว่าจะมีลักษณะการเล่นคล้ายกับฟุตบอล แต่มีความแตกต่างอย่างหนึ่งคือการเล่นในร่ม ในประเทศไทยฟุตซอลก็ได้รับความนิยมและเป็นที่แพร่หลายเช่นกัน มีผู้คนหลายคนที่สนใจกีฬานี้เพราะเป็นกีฬาที่สนุกสนานและช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายได้ ไม่เพียงแค่นั้นเท่านั้น ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนๆ ได้อีกด้วย สำหรับใครที่สนใจวิธีการเล่นฟุตซอลนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ฝึกทักษะการเล่นฟุตซอลตามบทความนี้ก็สามารถฟอร์มทีมกับเพื่อนๆ แล้วหาสถานที่เล่นได้เลย
สารบัญ 5 พื้นฐานวิธีการเล่นฟุตซอลแบบเข้าใจง่าย
ประวัติ ที่มา และความหมายของฟุตซอล ประวัติฟุตซอลในประเทศไทย ฟุตบอลและฟุตซอลต่างกันอย่างไร? รู้จักกับ 5 ทักษะการเล่นฟุตซอล กฎกติกาเบื้องต้นและสิ่งที่ควรรู้ก่อนเล่นฟุตซอล วิธีการเล่นฟุตซอล วิธีการเล่นฟุตซอลที่ผิดกติกา ประโยชน์ของการเล่นฟุตซอล
คำว่า "ฟุตซอล (Futsal)" เป็นคำที่มาจาก fútbol sala หรือ fútbol de salón ในภาษาสเปน หรือคำว่า futebol de salão ในภาษาโปรตุเกส ซึ่งมีความหมายว่า "กีฬาฟุตบอลที่เล่นในร่ม" ซึ่งฟุตซอลได้รับความนิยมมากในประเทศแถบอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในประเทศบราซิล ทำให้มีการจัดการแข่งขันอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในภูมิภาคนี้
ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) ฮวน คาร์ลอส เซอเรียนีได้นำกีฬาฟุตซอลไปเล่นในสมาคม YMCA ซึ่งเป็นสถานที่เล่นบาสเกตบอล ค.ศ. 1932 (พ.ศ.2475) โรเจอร์ เกรน ได้บัญญัติกฎสำหรับวิธีการเล่นฟุตซอลและใช้มาจนถึงปัจจุบัน ค.ศ. 1965 (พ.ศ.2508) มีการจัดการแข่งขันฟุตซอลครั้งแรกขึ้นในอเมริกาใต้ ค.ศ. 1982 (พ.ศ.2525) มีการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกอย่างไม่เป็นทางการขึ้นเป็นครั้งแรก ที่กรุงเซาเปาโล ประเทศบราซิล ซึ่งในครั้งนี้บราซิลได้แชมป์ไปครอง และมีการจัดการแข่งขันแบบไม่เป็นทางการอีกสองครั้งในปี ค.ศ. 1985 และ ปี ค.ศ. 1988 ค.ศ. 1989 (พ.ศ.2532) สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ได้เข้าไปดูแลการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ซึ่งถือเป็นการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยจัดขึ้นที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ และการแข่งขันฟุตซอลก็ถูกจัดขึ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันประวัติฟุตซอลในประเทศไทย
ไม่มีหลักฐานแน่ชัดเกี่ยวกับการเริ่มเล่นกีฬาฟุตซอลในประเทศไทยว่าเมื่อไหร่ แต่มีกีฬาหนึ่งที่คล้ายกับฟุตซอล ที่เรียกว่า "ฟุตบอลโกลหนู" ซึ่งมีลักษณะการเล่นคล้ายกับฟุตซอล แต่จำนวนผู้เล่นน้อยกว่าและมีขนาดสนามเล่นที่เล็กกว่า ส่วนลูกบอลที่ใช้ก็จะขึ้นอยู่กับที่หาได้ จุดประสงค์ของการเล่นเกมนี้เป็นการออกกำลังกายมากกว่าการฝึกฝนสกิลสำหรับการแข่งขัน
สำหรับประวัติฟุตซอลในประเทศไทยที่มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ มีดังนี้
พ.ศ.2540 (ค.ศ.1997) มีการจัดการแข่งขันฟุตซอลที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งสโมสรการท่าเรือแห่งประเทศไทยสามารถคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ
พ.ศ. 2541 (ค.ศ.1998) มีการจัดการแข่งขันขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยสโมสรการทหารท่าเรือแห่งประเทศไทยสามารถรักษาแชมป์ได้อีกสมัยหนึ่ง
พ.ศ. 2543 (ค.ศ.2000) มีการจัดการแข่งขันฟุตซอลเป็นครั้งที่ 3 ในครั้งนี้ทีมสโมสรฟุตบอลทหารอากาศคว้าแชมป์ไปครอง โดยล้มแชมป์เก่าสองสมัยอย่างสโมสรการทหารท่าเรือแห่งประเทศไทยได้สำเร็จ นอกจากนี้ ในปีเดียวกันประเทศไทยมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ซึ่งไทยได้อันดับที่ 3 จึงมีสิทธิ์เดินทางไปแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกรอบสุดท้าย ณ ประเทศกัวเตมาลาด้วย รวมไปถึง ในปีเดียวกันนี้ มีการจัดการแข่งขันในระดับเยาวชน 18 ปี เป็นครั้งแรกอีกด้วย
พ.ศ. 2544 (ค.ศ.2001) มีการจัดการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ทั้งระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ซึ่งทีมชาติไทยสร้างผลงานด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศระดับอาเซียน ที่ประเทศมาเลเซีย และรางวัลชนะเลิศระดับดิวิชั่น 2 ไทเกอร์คัพ ที่ประเทศสิงคโปร์มาได้
พ.ศ. 2547 (ค.ศ.2004) ทีมชาติไทยคว้ารางวัลอันดับที่ 3 ในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียมาได้ จึงได้สิทธิ์เดินทางไปแข่งต่อในรอบสุดท้ายที่ประเทศไต้หวัน
ฟุตบอลและฟุตซอลต่างกันอย่างไร?
มีผู้คนหลายคนที่รู้จักกับกีฬาฟุตบอลมากกว่า แต่ทั้งสองกีฬานี้มีกติกาหลักๆ ที่เหมือนกันคือต้องเตะบอลเข้าไปในประตู แต่ฟุตบอลและฟุตซอลมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างล่ะ?
ถึงแม้ว่าทั้งฟุตซอลและฟุตบอลจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่จริงๆ แล้วมีจุดที่แตกต่างกันไปอย่างชัดเจน โดยความแตกต่างของฟุตซอลและฟุตบอลนั้น ประกอบไปด้วยตัวบอลที่ใช้ ขนาดของสนามเล่น จำนวนผู้เล่นในทีม การใช้มือในการจุดทุน รวมถึงกฎและกติกาของการแข่งขันอีกด้วย
ในกีฬาฟุตบอลจำนวนผู้เล่นจะมีทั้งหมด 11 คน (ไม่รวมผู้รักษาประตู 1 คน) และมีการกำหนดตำแหน่งของผู้เล่นแต่ละคนอย่างชัดเจน ในขณะที่ฟุตซอลจะมีผู้เล่นเพียง 5 คน (ไม่รวมผู้รักษาประตู 1 คน) โดยไม่ต้องกำหนดตำแหน่งของผู้เล่นอย่างชัดเจน สามารถสลับตำแหน่งกันได้ตามสะดวก
สนามฟุตบอลนั้นจะมีขนาดของสนามอยู่ที่ ความกว้างตั้งแต่ 45 เมตร – 90 เมตร และความยาวอยู่ที่ 100 เมตร – 110 เมตร โดยจะเล่นในสนามหญ้า หรือสนามหญ้าเทียม
แต่สำหรับฟุตซอลนั้นจะมีขนาดสนามที่ค่อนข้างเล็กกว่า โดยจะมีขนาดความกว้างอยู่ที่ 38 เมตร – 42 เมตร และมีขนาดความยาวที่ 18 เมตร – 22 เมตร ซึ่งจะเล่นกันบนสนามพื้นปูน หรือพื้นยางพารา
แนะนำ: สำหรับใครที่กำลังมองหาสนามเล่นฟุตซอลที่เดินทางสะดวก ติดรถไฟฟ้า และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถมาใช้บริการได้ที่ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >>> สนามฟุตซอล The Street Arena
ลูกบอลที่ใช้ในการเล่นฟุตบอลจะมีขนาดเป็นบอลเบอร์ 5 ในขณะที่ฟุตซอลจะใช้บอลเบอร์ 4 ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า อย่างไรก็ตาม ขนาดของประตู (โกล) จะมีขนาดเท่ากันทั้งในฟุตบอลและฟุตซอล คือ 300 x 135 x 200 เซนติเมตร (กว้าง x ยาว x สูง)
กติการการเล่นฟุตซอลนั้นจะมีข้อจำกัดน้อยกว่าฟุตบอลพอสมควร ซึ่งจะมีความแตกต่างกันดังนี้
ฟุตซอลจะไม่มีการเช็คตำแหน่งล้ำหน้า ฟุตบอลสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ 3 คน แต่ฟุตซอลนั้นสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ไม่จำกัด เวลาในการแข่งฟุตลจะอยู่ที่ 90 นาที (รอบละ 45 นาที) แต่สำหรับฟุตซอลนั้นจะอยู่ที่ 40 นาทีเท่านั้น (รอบละ 20 นาที)
รู้จักกับ 5 ทักษะการเล่นฟุตซอล
การเล่นฟุตซอลเป็นกีฬาที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวร่างกายแทบจะทุกส่วน และยังต้องมีไหวพริบที่ดีในขณะที่กำลังแข่งขันอีกด้วย การเริ่มต้นฝึกฝนทักษะการเล่นฟุตซอล ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มทักษะการเล่นฟุตซอลให้เก่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วในการเล่นอีกด้วย การมีทักษะการเล่นฟุตซอลที่แม่นยำ จะช่วยให้เข้าใจการเล่นมากขึ้น และสามารถพัฒนาศักยภาพในด้านอื่น ๆ ให้ดีขึ้นได้อีกด้วย ในการเล่นฟุตซอลมีทักษะหลักๆ ทั้งหมด 5 ทักษะดังนี้
ทักษะในการเลี้ยงบอลเป็นทักษะการเล่นฟุตซอลที่แสดงให้เห็นว่า ผู้เล่นมีความชำนาญในการเล่นมากน้อยเพียงใด ซึ่งทักษะในการเลี้ยงบอลมีเป้าหมาย เพื่อหลบหลีกหรือหลอกล่อฝั่งตรงข้าม โดยต้องครอบครองบอลไว้ให้ได้นานที่สุด เพื่อที่จะหาโอกาสทำประตู ซึ่งทักษะการเลี้ยงบอลที่ควรฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
การเลี้ยงบอลด้วยฝ่าเท้า เป็นการเลี้ยงบอลเพื่อเปลี่ยนทิศทาง สามารถเลี้ยงบอลไปได้ทุกทิศ ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง โดยใช้ฝ่าเท้าข้างที่ถนัดแตะลูกบอลด้านบน แล้วดึงลูกบอลไปข้างหน้าพร้อมบิดตัวบังในระหว่างเคลื่อนที่ เพื่อเลี้ยงลูกบอลต่อหรือจะยิงก็ได้
การเลี้ยงบอลด้วยเท้าด้านใน เป็นการเลี้ยงบอลเพื่อหลอกล่อ หรือหาโอกาสในการส่งบอลต่อให้เพื่อน โดยใช้เท้าด้านในข้างที่สะดวกเลี้ยงบอลและควบคุมลูก
การเลี้ยงบอลด้วยเท้าด้านนอก เป็นการเลี้ยงบอลโดยใช้เท้าด้านนอก ให้ปลายเท้าขนานกับลูกบอล
ทักษะการรับ-ส่งลูกเป็นทักษะการเล่นฟุตซอลที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยการส่งลูกสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
การส่งลูกเรียด คือการส่งลูกบอลในระยะใกล้ โดยผู้เล่นจะต้องวางเท้าหลักให้ห่างจากลูกฟุตซอลประมาณ 1 ฝ่ามือ เพื่อให้ลูกบอลเรียดไปกับพื้น
การส่งลูกโด่ง มีลักษณะการวางเท้าไม่ต่างจากการส่งลูกเรียด แต่ใช้เท้าข้างที่ถนัดช้อนไปใต้ลูกแล้วเตะให้ลูกโด่งขึ้นจากพื้น
สำหรับทักษะการเดาะบอล ผู้เล่นสามารถใช้ร่างกายได้หลายส่วน เช่น การใช้หลังเท้าเพื่อเดาะลูกบอล โดยจะต้องย่อเข่าเล็กน้อยเพื่อทรงตัวและควบคุมลูก หรือการใช้หน้าขาที่ต้องยกขาให้ตั้งฉาก 90 องศา จัดลำตัวให้ตรง และควบคุมลูกบอลให้ดี หรือการใช้ศีรษะในการเดาะบอล โดยใช้หน้าผากสัมผัสกับลูกบอล
ทักษะการโหม่งเป็นหนึ่งในทักษะการเล่นฟุตซอลที่สำคัญ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นจุดรับแรงปะทะกับลูกบอล โดยมีวิธีการโหม่งได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้หน้าผากสัมผัสกับลูกบอล เพื่อโหม่งลูกบอ
กฎกติกาเบื้องต้นและสิ่งที่ควรรู้ก่อนเล่นฟุตซอล
เมื่อได้เรียนรู้ทักษะการเล่นฟุตซอลในรูปแบบต่างๆ ไปแล้ว ก่อนจะเล่นฟุตซอลก็ต้องเข้าใจเรื่องฟุตซอลในทุกๆ ด้านอย่างครบถ้วน จะได้สนุกไปกับเกม ซึ่งมีดังต่อไปนี้
ระยะเวลาในการแข่งขันฟุตซอลจะแบ่งออกเป็นครึ่งแรกและครึ่งหลัง ครึ่งละ 20 นาที รวมเป็น 40 นาที โดยมีเวลาให้หยุดพักระหว่างครึ่งนานครั้งละ 10 นาที นอกจากนี้ แต่ละทีมยังสามารถขอเวลานอกได้ครึ่งละไม่เกิน 1 นาที โดยขอได้เพียงครึ่งละ 1 ครั้งเท่านั้น หากไม่ได้ใช้เวลานอกในครึ่งแรกไม่สามารถทบมาใช้ในครึ่งหลังได้
จำนวนผู้เล่นฟุตซอลในแต่ละทีมมีได้ไม่เกินทีมละ 12 คน โดยแบ่งเป็นผู้ลงเล่น 5 คน หนึ่งในนั้นจะต้องมีผู้รักษาประตู 1 คน และอนุญาตให้มีผู้เล่นสำรองได้ไม่เกิน 7 คน ทั้งนี้ สามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นเมื่อใดก็ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และผู้เล่นที่เปลี่ยนออกไปแล้วก็สามารถกลับเข้าไปเล่นใหม่ได้เช่นกัน
การนับประตูจะนับเมื่อบอลทั้งลูกผ่านเส้นประตูที่อยู่ระหว่างเสาทั้งสองข้าง ซึ่งอยู่ใต้คานประตู โดยมีเงื่อนไขว่าผู้เล่นจะต้องไม่ทำผิดกติกาการแข่งขัน โดยผู้เล่นและผู้รักษาประตูฝ่ายรุกไม่สามารถทำประตูได้ด้วยมือและแขน สำหรับทีมใดที่ทำคะแนนได้มากกว่าก่อนจบการแข่งขันก็จะถือว่าเป็นผู้ชนะไป แต่หากทั้งสองทีมทำประตูได้เท่ากันหรือทำประตูไม่ได้เลยสักทีมก็จะถือว่า เสมอกัน ซึ่งจะต้องยิงลูกโทษเพื่อตัดสินหาผู้ชนะ
นอกจากทักษะการเล่นฟุตซอลที่ต้องเรียนรู้ ทั้งการการรับ - ส่งบอล และการเลี้ยงลูกบอลแล้ว วิธีการเล่นฟุตซอลยังเป็นเทคนิคที่ผู้เล่นควรที่จะต้องศึกษาเพื่อช่วยให้การเล่นสนุกขึ้น และช่วยเพิ่มความแม่นยำในการยิงหรือควบคุมลูก ซึ่งวิธีการเล่นฟุตซอลมีดังนี้
สร้างความคุ้นเคยกับลูกฟุตซอล
ไม่ว่าจะเล่นกีฬาอะไรก็ตาม จำเป็นต้องสร้างความคุ้นเคยกับอุปกรณ์นั้นๆ ให้มากที่สุด เพราะเมื่อใช้งานจริงจะได้ใช้ได้อย่างถนัดและคล่องแคล่ว สำหรับกีฬาฟุตซอล การสร้างความคุ้นเคยกับบอลช่วยให้ผู้เล่นครอบครองบอลได้ง่ายขึ้น รวมถึง สามารถควบคุมบอลไปในทิศทางต่างๆ ได้อย่างแม่นยำขึ้นอีกด้วย
การหยุดหรือบังคับลูกฟุตซอล
การหยุดบอลเป็นทักษะการเล่นฟุตซอลอย่างหนึ่ง ที่ต้องหยุดลูกบอลที่เพื่อนในทีมส่งมาให้ หรือลูกบอลที่แย่งมาจากฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นลูกเรียด ลูกโด่ง หรือลูกที่ลอยอยู่กลางอากาศ โดยใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายในการหยุดบอล เช่น การใช้ฝ่าเท้า การใช้เท้าด้านใน การใช้ข้างเท้าด้านนอก การใช้เข่าหรือหน้าขา การใช้หลังเท้า และการใช้หน้าอก เป็นต้น
การทรงตัวหรือการสร้างบาลานซ์ เป็นการควบคุมร่างกายให้ตั้งตรงได้ตามแรงโน้มถ่วงของโลก โดยไม่ล้มหรือโซเซได้ง่าย เป็นหนึ่งในทักษะที่ไม่ว่ากีฬาไหนก็จำเป็นต้องใช้ เพราะมีส่วนช่วยให้เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่ว รวมถึง ช่วยกำหนดทิศทางในการเคลื่อนไหวได้ง่ายและรวดเร็ว
การเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ถอยหลัง ทางซ้าย และทางขวา
การเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ถอยหลัง ไปทางซ้าย หรือไปทางขวาถือเป็นทักษะที่มีความจำเป็น เพราะการเล่นฟุตซอลจำเป็นต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการฝึกเคลื่อนไหวไม่ว่าจะในทิศทางใดก็ตามให้คล่องตัวอยู่เสมอ มีส่วนช่วยให้เล่นได้ดีขึ้น โดยมีวิธีการฝึกดังนี้
ตามองลูกบอลอยู่เสมอ วางเท้าข้างที่ถนัดไปยังทิศทางที่จะเคลื่อนไหวก่อน แล้วค่อยเคลื่อนเท้าอีกข้างตามไปโดยเร็ว
ถ่ายเทน้ำหนักไปยังทิศทางที่จะเคลื่อนตัวไป เทคนิคสำคัญที่ช่วยให้เคลื่อนตัวเร็วขึ้น คือการใช้ปลายเท้าสัมผัสกับพื้นอยู่เสมอ
วิธีการเล่นฟุตซอลที่ผิดกติกา
ไม่ว่าเกมกีฬาใดๆ ก็ย่อมต้องมีกฎและกติกาเสมอ เพื่อความสนุกและความเสมอภาคในการแข่งขัน แต่สำหรับวิธีการเล่นฟุตซอลอาจมีบางจังหวะที่เสียการควบคุม ทำให้เกิดการผิดกติกาด้วยความไม่ระมัดระวัง ซึ่งอาจทำให้ทีมนั้นๆ เสียลูกโทษได้ ดังนี้
การเตะโทษโดยตรงเกิดจากผู้เล่นทำผิดกติกา เมื่อกรรมการตัดสินแล้วว่าทำไปโดยขาดความระมัดระวัง หรือมีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้เตะโทษโดยตรง ซึ่งความผิดที่อาจเกิดขึ้นนั้นมี 6 ข้อดังนี้
เตะ ขัดขา กระโดดเข้าใส่ฝั่งตรงข้าม ชน ไม่ว่าจะเป็นการชนไหล่หรือชนทั้งตัว ทำร้ายคู่ต่อสู่ ผลัก
นอกจากนี้ หากผู้เล่นมีการดึงคู่ต่อสู้ ถ่มน้ำลายใส่ การพุ่งตัวไปแย่งบอล หรือเล่นลูกบอลด้วยมือ โดยมีเจตนา ก็สามารถเตะโทษโดยตรงได้เช่นกัน
การเตะโทษโดยอ้อมเกิดจากผู้รักษาประตูทำผิดในเขตโทษของตนเอง จึงทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้เตะลูกโทษ ดังนี้
ลูกฟุตซอลอยู่ในมือนานเกิน 6 วินาทีก่อนปล่อย
จับลูกฟุตซอลอีกครั้ง หลังจากที่ปล่อยลูกแล้ว และลูกยังไม่ได้สัมผัสกับผู้เล่นคนอื่น สัมผัสลูกฟุตซอลด้วยมือ หลังจากผู้เล่นฝ่ายเดียวกันเจตนาส่งมาให้ สัมผัสลูกฟุตซอลด้วยมือ หลังจากผู้เล่นฝ่ายเดียวกันตั้งใจทุ่มบอลให้ นอกจากนี้ ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามก็สามารถได้เตะโทษโดยอ้อมเช่นกัน เมื่อกรรมการเห็นว่าผู้เล่นทำผิดดังนี้
เล่นในลักษณะที่เป็นอันตราย
ตั้งใจขวางการไปข้างหน้าของผู้เล่นทีมตรงข้าม ป้องกัน ขัดขวางผู้รักษาประตูไม่ให้ปล่อยบอลออกจากมือ ทั้งนี้ การเตะโทษโดยอ้อมนั้น จะเตะในจุดที่เกิดการกระทำผิด
ประโยชน์ของการเล่นฟุตซอล
หลายๆ คนอาจทราบดีอยู่แล้วว่าการเล่นกีฬานั้นมีประโยชน์ต่อทั้งร่างกายและจิตใจ สำหรับกีฬาฟุตซอลมีประโยชน์ ดังต่อไปนี้
กีฬาฟุตซอลเป็นกีฬาที่เล่นกันเป็นทีม แม้ว่าจะมีการวางแผนวิธีการเล่นฟุตซอลมาก่อนแล้ว แต่เมื่อเจอทีมฝั่งตรงข้าม แผนการเล่นที่วางไว้อาจไม่สามารถทำประตูให้กับทีมได้ ดังนั้น การเล่นฟุตซอลจึงช่วยให้มีไหวพริบตลอดเวลา รู้ว่าควรแก้เกมอย่างไร และสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว กล่าวคือ กีฬาฟุตซอลมีส่วนช่วยฝึกให้ผู้เล่นมีไหวพริบที่ดี แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
ระบบต่างๆ ภายในร่างกายดีขึ้น
การเล่นฟุตซอลช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวหลายส่วน จึงมีส่วนช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายและเสริมให้มีความแข็งแรงมากขึ้น นอกจากนี้ การเล่นฟุตซอลยังช่วยให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น ระบบกล้ามเนื้อ ระบบหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด และระบบขับถ่าย เป็นต้น ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย
นอกจากช่วยให้มีไหวพริบที่ดีและระบบต่างๆ ภายในร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว การเล่นฟุตซอลยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเป็นตัวแทนของจังหวัด หรืออาจเป็นตัวแทนระดับประเทศ จนสามารถเล่นเป็นอาชีพเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองได้เลยทีเดียว
ฟุตซอล เป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยม สามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย โดยจะต้องทำความเข้าใจกับวิธีการเล่น และอาศัยการฝึกซ้อมบ่อยๆ ซึ่งทักษะการเล่นฟุตซอลนั้นจะช่วยเสริมให้การเล่นหรือการแข่งขันสามารถทำได้ง่ายขึ้น และถ้าหากคุณกำลังมองหาพื้นที่สำหรับเล่น หรือฝึกซ้อมกีฬาฟุตซอล สามารถมาได้ที่ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา Activity Center แหล่งพบปะของคนรักสุขภาพ ด้วยศูนย์ออกกำลังกายหลายรูปแบบ รวมถึง The Street Arena ลานกีฬาทันสมัยใจกลางเมือง ที่พร้อมให้ทุกคนได้มาสนุกอย่างเต็มที่
ค้นพบบทความกีฬาล่าสุดในกีฬาออนไลน์ าของเรา!
ดูวิดีโอด้านล่าง
VIDEO